ออกแบบแอปพลิเคชันยังไง ให้เหมาะกับการใช้งาน

By |2019-03-04T16:09:12+00:00มีนาคม 4th, 2019|

ออกแบบแอปพลิเคชันยังไง ให้เหมาะกับการใช้งาน ทุกคนคงเข้าใจว่าภาพลักษณ์ของแอปพลิเคชันที่ดีรวมไปถึงความสวยงามก็ถือชนะแอปพลิเคชันคู่แข่งแล้ว เพราะเป็นสิ่งแรกที่ผู้ใช้มองเห็นและตัดสินใจเลือกใช้งาน เพราะฉะนั้นการออกแบบ การจัดวาง Lay out ถือเป็นสิ่งสำคัญ ทำเว็บหาดใหญ่ Hatyai Application เคยพูดถึงการดีไซน์เว็บไซต์ การทำเว็บไซต์ไปแล้ว วันนี้เราขอมาพูดเกี่ยวกับการดีไซน์แอปพลิเคชันบ้าง ว่าออกแบบยังไง ดีไซน์ยังไงให้สวยงาม และใช้งานง่าย เหมาะสมกับการใช้งาน  เพราะการดีไซน์เว็บกับการดีไซน์แอปพลิเคชันนั้นค่อนข้างจะแตกต่างกัน ด้วยขนาดของโมบายที่เล็กกว่า PC มาก ทำให้อาจจะเยอะกว่านิดหน่อย บางคนบางครั้งอาจจะไม่เคยชินกับการวางแบบให้มีการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือได้นั้นต้องเป็นเช่นไร และก็มีในลักษณะไหนดี มาดูกันเลย 1.อย่าแสดงรายละเอียดเป็นตารางที่เกิน 3 คอลัมน์ขึ้นไป เนื่องจากว่าแอปพลิเคชันโดยมากนั้นจะเกี่ยวเนื่องกับข้อมูล การออกแบบกับข้อมูลที่มีอยู่จริงอาจก่อให้การวางแบบของพวกเรานั้นคาดเขยื้อนออกไปได้  แบบอย่าง  ขนาดของจอโทรศัพท์มือถือนั้นจะเหมาะสมกับข้อมูลที่มีการแสดงผลลัพธ์ไม่เกิน 3 คอลัมน์ (แท็บเล็ตก็จะมีไม่เหมือนกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ตามขนาดของจอ) ซึ่งถ้าหากว่าพวกเรานำเอาข้อมูลมาแสดงผลลัพธ์มากยิ่งกว่านี้ก็จะก่อให้รายละเอียดนั้นมองแน่นกระทั่งเหลือเกิน รวมทั้งการแสดงผลข้อมูลในแต่ละช่องก็จะสามารถจัดแจงได้ยาก บางทีอาจทำเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลจากตารางเป็นแบบอื่น หรือถ้าหากพวกเราไม่รู้จักขอบเขตของข้อมูลก็บางทีก็อาจจะกระทำวางแบบโดยให้มีพื้นที่กว้าง ฯลฯ รวมทั้งที่สำคัญที่สุดเป็นเมื่อพวกเรากระทำเปลี่ยนการแสดงผลแล้วอย่าลืมว่า จำเป็นต้องให้มีลักษณะที่มองง่ายดายมากยิ่งขึ้น เข้าใจง่ายขึ้นอีกด้วยนะ! 2.อะไรบางอย่างไม่จำเป็นที่ต้องมีเส้นกั้น การใส่เส้นกั้นในทุกข้อมูล อาจจะส่งผลให้สิ่งที่จำเป็นของพวกเราที่อยากได้ให้มีความมีระเบียบเรียบร้อยหรืออื่นใดก็ตามที บางทีอาจแปลงเป็นเกลื่อนกลาดตาและไม่สบายตาสำหรับในการอ่านข้อมูลไปเลยก็เป็นไปได้ ถ้าหากทดลองเลือกที่จะไม่ใส่เส้นกั้นต่างๆบางทีอาจช่วยทำให้รายละเอียดมองง่าย สบายตามากขึ้น 3.อย่าลืมช่องว่าง การออกแบบจำเป็นที่จะต้องมีเว้นวรรคที่สมควร หัวข้อนี้น่าจะเป็นของจำเป็นเกี่วกับทุกการอคอยอกแบบ ไม่สมควรให้อยู่ในที่แคบเหลือเกินอาจจะก่อให้อึดอัด ฉะนั้นการใช้ Margin รวมทั้ง Padding มีความหมายมากมายเพราะว่าการเว้นระยะที่สมควรนั้นจะมีผลให้งานวางแบบ รายละเอียดที่พวกเราอยากพรีเซ็นท์นั้นมีความพอดี มองสบายตาและไม่อึดอัด ช่วยทำให้รายละเอียดไม่มากจนกระทั่งเกินความจำเป็นอีกด้วย ที่สำคัญเป็นไม่สมควรเว้นเยอะเกินไป เพราะว่าอาจจะเป็นผลให้ไม่สมดุลรวมทั้งสิ้นเปลืองพื้นที่จอ 4.วางแบบให้เรียบง่ายเข้าไว้ ยุคนี้พวกเราบางครั้งก็อาจจะมองเห็นเกี่ยวกับ Flat Design ไม่น้อยเลยทีเดียวแล้วก็ยอดฮิต แต่ว่าสำหรับเพื่อการวางแบบแบบ Realism เกือบจะมองเห็นได้น้อยมากและไม่มองเห็นเลยก็ว่าได้ เนื่องจากว่า Falt Design จะก่อให้Resource มีขนาดลดลงไม่สิ้นเปลือง สามารถทำให้การวางแบบทั้งยังหน้าเว็บไซต์และก็แอปพลิเคชั่นนั้นไม่มากและไม่ยุ่งยาก ทั้ง Flat Design นั้นอำนวยต่อการเขียน Code รวมทั้งยังเป็นการชูลักษณะของ Flat Design ไปเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดใน Material Design อีกด้วย เมื่อนำ Material Design มาใช้เพื่อสำหรับในการดีไซน์แอปพลิเคชั่นก็จะมีผลให้สามารถสร้าง Code ได้เกือบ 100% ปุ่มสีชมพูสามารถสร้างด้วย Code ได้ (รวมทั้งเงาด้านหลัง) แล้วก็ภาพที่ใช้ก็เลยมีเพียงแค่รูปสัญลักษณ์สีขาว และก็เงาแบบงี้สร้างด้วย Code มิได้ จัดแจงได้ยากและไม่ชี้แนะให้ใช้งาน 5.จำเป็นต้องซูมได้ด้วย เพราะเหตุใดถึงจำเป็นต้องซูมได้? แต่ว่าโดยความเป็นจริงแล้วนั้นแอปพลิเคชั่นที่ดีที่สนองตอบต่อการใช้แรงงานของผู้ใช้งาน จะต้องอำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้งานด้วย ใช่หรือไม่ใช่? ด้วยเหตุดังกล่าวพวกเราก็เลยจำเป็นที่จะต้องวางแบบไว้เพื่อผู้ใช้งานสามารถย่อรวมทั้งขยายเพื่อมองได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น เพราะเหตุว่าในบางรายละเอียดหรือข้อมูลอะไรบางอย่างอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีต้นแบบที่เล็กกระทั่งเกินความจำเป็น การออกอย่างนี้ก็เลยต้อง 6.ปุ่มกดควรจะกดได้ง่ายและก็มีขนาดที่สมควร ด้วยเหตุว่าแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือนั้นมิได้ใช้เมาส์ที่จะมี Cursor เล็กปลายแหลมที่จะเลือกจิ้มในส่วนที่อยากได้ แต่ว่าสำหรับในการใช้นิ้วของผู้ใช้งานนั้นจะมี Cursor ที่ใหญ่มากยิ่งกว่ารวมทั้งจุดสัมผัสจอนั้นจะไม่ใช่ปลายนิ้ว ด้วยเหตุนั้นถ้าปุ่มที่วางแบบมีขนาดเล็กเกินความจำเป็นก็จะก่อให้สัมผัสได้ยาก รวมทั้งถ้าเกิดมีปุ่มอื่นๆที่อยู่ชิดกันด้วย ก็อาจก่อให้กดไม่ถูกและก็โดนปุ่มที่ไม่ได้อยากได้ง่ายอีกด้วย 7.อย่าให้ Users จำเป็นต้องรอนาน แน่ๆว่าทุกแอปพลิเคชั่นมีการโหลดข้อมูล ซึ่งในบางครั้งข้อมูลที่มากเหลือเกินก็ไม่สามารถที่จะก่อให้เกิดความเร็วสำหรับการโหลดที่มากขึ้นได้ (ทั้งยังสาเหตุอื่นเป็นต้นว่าพื้นที่ของเครื่อง, ความเร็วของอินเทอร์เน็ต ที่ส่งผลสำหรับในการดาวน์โหลด) รวมทั้งการจัดการปัญหาของนักปรับปรุงแอปพลิเคชั่นเป็นกระบวนการทำหน้าแสดง Progress สำหรับในการโหลดข้อมูล แสดงตัวเลข% ของการโหลดข้อมูลว่าถึงไหนแล้ว และก็นอกเหนือจากการบอก Progress เป็นตัวเลข % แล้ว ก็ชอบใช้กรรมวิธี Estimate ในตอนที่เหลือแล้วแสดงให้ผู้ใช้งานทราบดีว่าจำต้องคอยอีกกี่นาที (แต่ว่าโดยมากก็บางทีก็อาจจะเป็นเวลานานกว่า หรือเสร็จเร็วกว่าทั้งหมด) ทั้งสิ่งที่จำเป็นที่สุดเป็นอย่าทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าแอปฯที่โหลดนั้นค้าง ฉะนั้นต้องมีการเคลื่อนไหวเพื่อบอกผู้ใช้งานว่ากำลังโหลดข้อมูลอยู่นั่นเอง 8.การแสดงผลตอบโต้กับผู้ใช้งาน เมื่อมีการใช้งาน Interactive กับวัตถุใดก็ตามในแอปพลิเคชั่น ควรควรมีการแสดง Feedback กลับมาที่ผู้ใช้เพื่้อให้ผู้ใช้ได้รับทราบด้วย เพื่อเป็นการแสดงไม่ให้ผู้ใช้งานกำเนิดความสับสน รวมทั้งจะต้องมีการแสดง Interaction เมื่อมีการใช้งาน รวมทั้ง Feedback ที่เกิดขึ้นควรแสดงที่วัตถุที่ผู้ใช้นั้นได้ Interactive แค่นั้น ไม่สมควรกำเนิดกับวัตถุอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่ใช้เวลานานจนกระทั่งเกินความจำเป็นอีกด้วย 8 ข้อข้างต้นนี้เป็นไอเดียที่จะช่วยทำให้ดีไซน์เนอร์ทั้งหลายแหล่นำไปปรับใช้ให้กับการใช้แรงงาน หรือตอบปัญหาของผู้ใช้งานสูงที่สุด เพื่อกำเนิดสำเร็จงานที่น่าชื่นชอบแล้วก็พึงพอใจสำหรับผู้ใช้งาน ลดการปรับแก้งาน รวมไปถึรู้ถึงสิ่งที่จำเป็นของผู้ใช้งานเยอะขึ้น ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก wynnsoftstudio.com ______________________________________________________________________________________ อ่านบทความเพิ่มเติม hatyaiapp.co.th/บทความแอปพลิเคชัน รับทำแอปพลิเคชัน รับทำเว็บไซต์ [...]

ทำไมต้องทำ การตลาดออนไลน์ ???

By |2019-02-12T18:02:18+00:00มกราคม 31st, 2019|

ทำไมต้องทำ การตลาดออนไลน์ ??? หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า การตลาดออนไลน์ และคงมีอีกหลายคนที่ยังไม่เข้าใจว่า การตลาดออนไลน์คืออะไร?? แล้ว ทำไมต้องทำการตลาดออนไลน์??  มันมีประโยชน์อย่างไร วันนี้ Hatyai Application ทำเว็บหาดใหญ่ ทำแอปหาดใหญ่ จะมาทำให้คุณเข้าใจทั้งหมดครับ   การตลาดออนไลน์คืออะไร ??? การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) เป็นแนวทางการทำการตลาดในสื่อออนไลน์ ตัวอย่างเช่น ประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Facebook, โปรโมท Google, ประชาสัมพันธ์ Youtube, โปรโมท Instagram และอื่นๆ มีเป้าหมายหลักเพื่อ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของพวกเรามีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้แนวทางต่างๆสำหรับในการประชาสัมพันธ์เว็บ หรือประชาสัมพันธ์ขายของที่จะนำผลิตภัณฑ์ของพวกเราไปเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ เพื่อคนอื่นได้รับทราบและก็กำเนิดความพึงพอใจ จนกว่าเข้ามาใช้บริการหรือซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเราท้ายที่สุด มาดูกันว่าช่องทางการทำการตลาดออนไลน์มีช่องทางใดบ้าง   แล้วทำไมต้องทำการตลาดออนไลน์? เพราะในปัจจุบันโลกออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น โดยมีการใช้งานผ่านทางมือถือ คอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตเป็นหลัก ทั้งยังมีการซื้อขายสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น การขายสินค้าออนไลน์จึงเป็นที่น่าสนใจอย่างมาก และการทำการตลาดก็ได้กลายเป็นสิ่งสำคัญต่อบริษัทและเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่จะขาดไม่ได้เลยทีเดียว นั่นก็เพราะ 1. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย การทำการตลาดออนไลน์จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำยอดขายให้สูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะทำในรูปของคอนเทนต์ที่สามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ดี โดยจะสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ เกี่ยวข้องกับสินค้าและเป็นเนื้อหาที่คนสนใจอ่านมากที่สุด รวมถึงมีการทำ Search Engine Marketing เพื่อเน้นไปยังกลุ่มเป้าหมายโดยตรงด้วย 2. ลูกค้าจะเข้ามาหาเอง การทำการตลาดออนไลน์ต่างจากการทำการตลาดแบบทั่วไป ที่เป็นการดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาหาผู้ขายเอง ด้วยการให้ข้อมูลสินค้าที่ตรงจุดและตรงกับความต้องการของลูกค้า จึงทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจและเข้ามาติดต่อเพื่อซื้อสินค้าด้วยตนเอง โดยที่ผู้ขายไม่จำเป็นต้องพยายามยัดเยียดบริการให้กับลูกค้าเลย 3. เข้าถึงได้สะดวกจากทุกที่ สามารถเข้าถึงได้จากทุกที่และทุกเวลาเพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อเท่านั้น และยังเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างแพร่หลายทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งก็เป็นการทำการตลาดที่สร้างความสะดวกสบายให้กับทั้งผู้ขายและผู้ซื้อได้ดี [...]

ตื่นถูกเวลา ด้วยแอปพลิเคชัน “Sleep cycle”

By |2019-01-22T15:37:30+00:00มกราคม 22nd, 2019|

ตื่นถูกเวลา  ด้วยแอปพลิเคชัน “Sleep cycle” หลายครั้งที่เราตื่นมาแล้วพบว่าเรายังงัวเงียและอยากนอนต่อ แม้ว่าเราจะนอนมา 8 ชั่วโมงเต็มๆ แล้วก็ตาม ซึ่งนั่นก็ทำให้การตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นและทำกิจวัตรประจำวันได้เต็มที่เป็นเรื่องยากมากขึ้น ซึ่งหลายครั้งเราก็ได้แต่ตั้งคำถามว่าทำไมกันนะ? ทำไมฉันยังรู้สึกง่วงอีก ขนาดนอนทั้งวันทั้งคืนแบบนี้แล้ว! แท้จริงแล้วในทางวิทยาศาสตร์ได้มีคำอธิบายไว้ว่า การนอนของคนเราแบ่งเป็น 2 ช่วงใหญ่ๆ คือช่วง REM (Rapid Eye Movement) และช่วง NON REM (Non Rapid Eye Movement)   NON REM เป็นช่วงของการนอนตั้งแต่เริ่มหลับ โดยทั่วไปจะไม่ค่อยฝัน หรือหากฝันมักจะเป็นเรื่องที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง โดยแบ่งออกเป็น 3 ลำดับขั้น คือ ช่วงที่เราเพิ่งเริ่มหลับหรือประมาณ 5-10 นาทีแรกหลังหลับตาลง ช่วงนี้สมองจะเริ่มทำงานช้าลง แต่ถ้าถูกปลุกให้ตื่นในช่วงนี้ จะไม่ค่อยงัวเงีย ช่วงรอยต่อระหว่างการเริ่มหลับไปยังหลับลึก ช่วงนี้หัวใจจะเริ่มเต้นช้าลง อุณหภูมิในร่างกายจะเริ่มลดลงเล็กน้อย โดยช่วงนี้จะกินเวลาประมาณ 20 นาที การนอนมาถึงช่วงนี้จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มความจำระยะสั้นและการเพิ่มสมาธิ การตื่นในช่วงนี้ยังทำให้เราไม่รู้สึกงัวเงียด้วย นั่นหมายความว่าหากเรานอน 30-40 นาที [...]

แนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ดีนั้นควรเป็นอย่างไร ?

By |2019-01-16T16:00:03+00:00มกราคม 16th, 2019|

แนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ดีนั้นควรเป็นอย่างไร ?   ทุกวันนี้สามารถพูดได้เต็มปากว่าเป็นยุคของ mobile ไปโดยสมบูรณ์แบบแล้ว เกือบทุกๆ คน มี Smartphone ดีๆ แรงๆ ใช้กันทั้งนั้น สังคมกลายเป็นสังคมก้มหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากแต่ละโซเชียลต่างก็มี content ดีๆ เจ๋งๆ ให้ผู้คนได้เข้าไปอ่านได้ตลอดเวลา เพราะสื่อพวกนี้ได้เปลี่ยนจาก physical เป็น digital กันแทบทั้งสิ้น ทั้ง web ทั้ง app บน mobile เกลื่อนกลาดเต็มตลาดไปหมด การแข่งขันในด้านนี้จึงค่อนข้างดุเดือดยิ่งกว่าน้ำเดือดในกระทะโคเรียคิงเสียอีก ซึ่งนอกจากการแข่งขันจะดุเดือดแล้ว จากงานวิจัยหลายๆ ชิ้น ระบุว่ากว่า 90% ของผู้ใช้ ที่โหลดแอปพลิเคชันนั้น ใช้งานแอปเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วก็ลบทิ้งเลย แล้วก็กว่า 77% นั้นไม่เข้ามาใช้งานอีกเลยหลังจากลองใช้งานครั้งแรกไปแล้ว ไหนจะสถิติที่บอกว่าปัจจุบันคนโหลดแอปน้อยลง มีแอปประจำตัวที่ใช้อยู่เพียงแค่ไม่กี่แอปเท่านั้น (อย่างผมมีแค่ประมาณ 7–8 แอปเท่านั้น) ซึ่งเอาตามตรงนะ ปัจจุบันนี้เนี่ยนักพัฒนาที่อยากจะทำแอปออกมาให้บูมสักตัวในตลาดเนี่ย แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ยิ่งเรื่องการหารายได้แทบไม่ต้องพูดถึง ยกเว้นแต่คุณจะทำให้องค์กรระดับ enterprise เท่านั้นเอง [...]

ข้อดีของ Web Application

By |2018-11-23T15:31:49+00:00พฤศจิกายน 23rd, 2018|

รับ บทความก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึง ข้อดีของ Mobile Application ไปแล้ว ต่อจากนี้จะมาพูดถึงข้อดีของ Web Application กันบ้าง มาดูกันเลย    - Web Application เหมาะกับองค์กรขนาดเล็กเพราะมีค่าใช้จ่ายต่ำ และคิดค่าใช้จ่ายตามจำนวนการใช้งานจริง     -การใช้งานในองค์กรทำได้ง่าย เพียงแค่มีเว็บบราวเซอร์ซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐานในคอมพิวเตอร์ปัจจุบันแทบทุกเครื่องก็ใช้งานได้     -ข้อมูลจัดเก็บที่เดียว ง่ายต่อการจัดการ และไม่เกิดความซ้ำซ้อน     -ไม่ต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงซึ่งมีราคาแพง     -อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้เพราะสามารถล๊อกอินเข้าใช้งานได้เลยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม     -ไม่ต้องมีบุคคลากรด้านเทคนิคเป็นของตัวเอง เพราะผู้ให้บริการดูแลเซิฟเวอร์และการบำรุงรักษาเองทั้งหมด     -ส่วน มากใช้ได้หลากหลายแพลทฟอร์มทั้ง Windows, Linux และ Mac ทำให้องค์กรสามารถเลือกใช้บางเครื่องเป็น Linux ได้เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธ์     -เชื่อมต่อกับเว็บแอพหรือบริการออนไลน์อื่นๆได้ง่าย   ขอบคุณข้อมูลจาก sites.google.com/site/sasipornone00/ _______________________________________________ อ่านบทความเพิ่มเติม hatyaiapp.co.th/บทความแอปพลิเคชัน รับทำแอปพลิเคชัน รับทำเว็บไซต์ รับทำเว็บแอปพลิเคชัน รองรับทุกอุปกรณ์