ไขข้อสงสัยแอพพลิเคชั่น หมอชนะ vs ไทยชนะ ต่างกันอย่างไร หลายๆคนอาจจะยังไม่เข้าใจ ว่าแอพพลิเคชั่นหมอชนะนั้นมีไว้เพื่ออะไร ใช้งานยังไง ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง ไปจนถึงการทำงานของแอพพลิเคชั่นนั้นว่ามีการทำงานอย่างไร แล้วมันต่างจากไทยชนะที่เราๆ เคยใช้ เคยสแกนก่อนเข้าใช้พื้นที่ต่างๆอย่างไร วันนี้ทีมงาน hatyaiapp จะมาไขข้อสงสัยเหล่านั้นกันค่ะ

ไขข้อสงสัย หมอชนะ vs ไทยชนะ ต่างกันอย่างไร

หมอชนะ

แอพหมอชนะ เป็นเทคโนโลยีเหมือนในหลายประเทศทั่วโลก ที่นำมาใช้ควบคุมการระบาดของโรคระดับใหญ่ อย่างโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19 โดยช่วงต้นของการระบาดประเทศไทยมี ไทยชนะ ที่ใช้สแกนก่อนเข้าพื้นที่ต่างๆ ข้อดี คือ เมื่อเกิดผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยเข้าไปในพื้นที่ ก็สามารถระบุตัวตนได้ว่าเป็นใคร และมีการแจ้งเตือนให้ผู้ที่อยู่รอบข้างมาตรวจหาเชื้อได้

โดยแอพลิเคชั่นหมอชนะนั้น มีการใช้มาตั้งแต่ช่วงต้นของการระบาดเมื่อปีที่แล้ว โดยขณะนั้น จะเน้นเรื่องให้ประชาชนประเมินความเสี่ยงของตนเอง แต่เวอร์ชั่นล่าสุดไม่ได้เน้นตรงจุดนั้น เนื่องจากทำให้ระบบซับซ้อนเกินไปและประโยชน์ค่อนข้างน้อย จึงทำให้ความสำคัญของหมอชนะไปเน้นเรื่องของการติดตาม เมื่อพบผู้ติดเชื้อก็สามารถหาไทม์ไลน์และค้นหาผู้สัมผัสให้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังสามารถบอกได้ว่าเราเดินทางไปจุดใดบ้างและสัมผัสกับใครบ้าง

ความแตกต่าง หมอชนะ vs ไทยชนะ

  1. สามารถบอกได้ว่าเราเดินทางไปจุดใดบ้าง เมื่อเกิดโรคระบาดหรือมีผู้ติดเชื้อขึ้นมาจะตรวจสอบได้ว่าผู้ติดเชื้อคนนั้นไปสัมผัสกับใคร ไปพบใครบ้างและจะมีข้อความไปเตือนให้มารายงานตัว ทำให้ทราบไทม์ไลน์ได้แม่นยำมากขึ้นระดับนาที จากเดิมที่แพทย์ใช้การสัมภาษณ์ผู้ป่วย แม้จะไม่ปิดบังข้อมูลแต่อาจจำไม่ได้ ก็จะเกิดปัญหา 
  2. หากมีการปกปิดข้อมูลก็จะใช้เวลาสอบไทม์ไลน์นานมาก ดังนั้นหากมีแอปพลิเคชันนี้ที่ระบุข้อมูลได้แม่นยำ ระบบก็จะประมวลผลเองว่ามีการสัมผัสกับใครในช่วงไหน ทำให้ระบบควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และชีวิตประจำวันของเราก็จะไม่ถูกรบกวน

หมอชนะ

วิธีใช้งานแอพฯหมอชนะ

รูปแบบการใช้งานหมอชนะ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ให้ผู้ใช้รายงานความเสี่ยงของตัวเอง และแจ้งเตือนผู้ใช้หากเข้าใกล้พื้นที่เสี่ยง ที่มีผู้ติด COVID-19 โดยจะแบ่งระดับของความเสี่ยงเป็น 4 ระดับคือ

  • สีเขียว : สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ซึ่งเป็นคนที่ไม่มีอาการ ไม่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา
  • สีเหลือง : สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงน้อย ซึ่งอาจจะมีอาการไข้หวัด แต่ไม่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา
  • สีส้ม : สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยง เพราะเป็นคนที่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา แต่ไม่แสดงอาการ หรือมีอาการไม่เด่นชัด คนในกลุ่มนี้ต้องกักตัวอยู่กับบ้านจนครบ 14 วัน พร้อมทั้งเฝ้าระวัง ถ้ามีอาการควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
  • สีแดง : สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะทั้งมีอาการ และมีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา จะต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที 

เมื่อตอบคำถามครบถ้วนแล้ว แอพจะรายงานพิกัดของผู้ใช้งานเข้าไปในระบบ แต่ผู้ใช้จะไม่สามารถดูได้ว่าผู้ใช้คนอื่นอยู่ตรงไหนบ้าง ทำได้แค่เพียงอนุญาตให้แอพแจ้งเตือนผ่าน notification หากเราเข้าไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ซึ่งจะเช็คข้อมูลด้วย GPS และ Bluetooth ของตัวโทรศัพท์มือถือ

ค่าสีในพื้นที่ต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงอัตโนมัติ ตามข้อมูลการพบผู้ติดเชื้อ ทำให้ทุกครั้งที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ และระบบพบว่า ผู้ใช้งานมีประวัติการเดินทางเข้าใกล้ผู้ติดเชื้อรายใหม่นั้นในช่วงที่ผ่านมา

หมอชนะ

แอพหมอชนะต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง

เมื่อผ่านวิกฤตการณ์โควิด-19 แล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะถูกทำลายทิ้งทันที อีกทั้งการโค้ดแอพยังมีลักษณะเป็น ‘โอเพ่นซอร์ส (Open Source)’ เพื่อให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และง่ายต่อการส่งต่อไปยังระบบอื่นๆ เพื่อขยายผลต่อไปอีกด้วย

เมื่อลองดาวน์โหลดหมอชนะมาใช้งาน พบว่ามีขั้นตอนที่ให้ผู้ใช้ถ่ายภาพโปรไฟล์ตัวเองก่อน เพื่อยืนยันตัวตนในการใช้งานแอพฯ และระบบจะขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลตำแหน่ง (location – GPS), การเคลื่อนที่ (motion), Bluetooth โดยประกาศไว้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเข้าแอพฯ ทั้งนี้แอพฯหมอชนะ ไม่ขอข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อหรือเลขบัตรประชาชน

ข้อดีของแอพหมอชนะ

1. แอพฯหมอชนะ เป็นเครื่องมือให้ภาคธุรกิจเอกชนตลอดจนสถานที่ต่างๆ ใช้ในการสแกนเช็คอินสำหรับผู้มาใช้บริการ เพื่อให้ข้อมูลการเดินทาง ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และการแพร่ระบาดในพื้นที่ ซึ่งจะสร้างความมั่นใจให้กับทั้ง ผู้ประกอบการ เจ้าของสถานที่ และประชาชนผู้มาใช้บริการ ทำให้ภาคธุรกิจสามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้อย่างปลอดภัย ควบคู่กับมาตรการเฝ้าระวังอื่นๆ ที่ทางการกำหนดไว้

2. ใช้แอพฯ นี้แล้วจะง่ายต่อการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงมากขึ้น โดยหากพบว่าผู้ใช้แอพฯ เดินทางไปขอรับบริการทางการแพทย์มีความเสี่ยงสูง แพทย์ก็จะทราบและใช้เครื่องมือป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้อง

3. แอพฯ นี้ ช่วยจัดลำดับความเร่งด่วนและวางมาตรการในการรักษาหรือส่งตรวจบุคคลผู้นั้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้ภาครัฐสามารถควบคุมสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. ระบบของหมอชนะ ถูกออกแบบมาสมบูรณ์แต่แรก ให้ใช้ได้ทั้งฝั่งประชาชน และฝั่งผู้ประกอบการร้านค้า แตกต่างกับไทยชนะ ที่มีให้ใช้งานเพียงฝั่งผู้ประกอบการร้านค้าอย่างเดียว และหมอชนะยังถูกออกแบบแต่แรกให้เป็น app ทำให้สามารถส่งข้อความแจ้งความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ได้ทันที เพื่อเตือนให้บุคคลเพิ่มความระมัดระวัง

5.ระบบหมอชนะ ออกแบบให้มีฟังก์ชันการทำงานของ กรมควบคุมโรค ที่จะปรับสีระดับความเสี่ยง เพื่อบริหารจัดการประชาชนในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้ และ มีการปรับสี และคำถาม questionnaires เพื่อติดตามอาการ ที่อาจเกิดขึ้นหลังผู้ที่อาจได้รับเชื้อถูกปรับระดับความเสี่ยงเปลี่ยนไป

สรุป

และนี่ก็คือข้อแตกต่างระหว่างแอพหมอชนะ และ ไทยชนะ พร้อมวิธีการใช้งานหมอชนะที่เรารวบรวมมาฝากทุกคนกันนะคะ ขอให้ทุกคนดูแลตัวเอง และหมั่นตรวจสอบตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการไปในพื้นที่เสี่ยง หรือที่ที่มีคนพลุกพล่านแออัดเพื่อป้องกันตัวเองด้วยนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *