6 แนวโน้มโซเชียลมีเดียที่น่าจับตามองในปี 2020

โซเชียลมีเดียมีการเปลี่ยนแปลงเกือบทุกวัน ด้วยเครื่องมือและฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่กำลังเปิดตัว เพิ่มวิธีการเชื่อมต่อ ติดตาม และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการตลาดออนไลน์

Lucy Rendler-Kaplan ได้นำเสนอบทความใน Social Media Today คาดการณ์แนวโน้มอนาคต สำหรับการตลาดโซเชียลมีเดียในปี 2020 และสิ่งที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นในทศวรรษต่อไป

1. Influencer Marketing ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

การวิจัยแสดงให้เห็นว่า 59% ของนักการตลาด วางแผนที่จะเพิ่มงบประมาณการใช้ Influencer Marketing ในปี 2020

เพราะผู้บริโภคกำลังระมัดระวังโฆษณาในฟีดของพวกเขาเพิ่มมากขึ้นและมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นพวกเขากำลังค้นหาคำวิจารณ์จากคนที่พวกเขาไว้วางใจเมื่อตัดสินใจซื้อสินค้า เพราะคนเหล่านี้สามารถเป็นเพื่อนและครอบครัวได้ วงกลมแห่งความไว้วางใจได้ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ สำหรับคนที่พวกเขาติดตามบนโซเชียลมีเดียมีตั้งแต่คนดังจนถึงศิลปินเฉพาะกลุ่ม และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

โซเชียลมีเดีย เป็นเครื่องมือการตลาดที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และ Startups  เพราะช่วยให้แบรนด์ขนาดเล็กที่มีงบประมาณไม่มากสามารถแข่งขันกับแบรนด์ขนาดใหญ่ในตลาดเดียวกันได้ แต่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจำนวนมากไม่มีงบประมาณมากพอที่จะใช้ Influencer ชื่อดังในการดำเนินกลยุทธ์ ดังนั้นเราจะเห็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่า สำหรับการเติบโตของ Micro-Influencer ในปีใหม่นี้

2. การช้อปปิ้งในโซเชียลมีเดีย

นี่เป็นแนวโน้มที่เริ่มขึ้นในปี 2019 และคาดการณ์ว่าจะยังคงเติบโตมากขึ้น เพราะผู้ใช้โซเชียลมีเดียที่ต้องการซื้อสินค้า ไม่จำเป็นต้องออกจากเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มเพื่อสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ

เพียงไม่กี่คลิก ผู้ใช้โซเชียลมีเดียก็สามารถเข้าดูสิ่งที่ชอบได้ ในขณะที่สามารถใช้ฟีเจอร์ในโซเชียลมีเดียอย่างเช่นใน Instagram เพื่อส่งข้อมูลบัตรเครดิตเมื่อตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าในทันที การให้ความสะดวกและความเร็วแก่ผู้บริโภคเช่นนี้ สามารถลดช่องทางการขายของเจ้าของสินค้าได้เกือบครึ่ง

คาดว่าเราจะเห็นแบรนด์มากขึ้นที่ใช้กลยุทธ์เช่นนี้ ปัจจุบันมันยังถูกใช้โดยบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ แต่ปี 2020 คาดว่าแบรนด์ขนาดเล็ก รวมถึงธุรกิจ Startups จะใช้เครื่องมือเหล่านี้มากขึ้น

3. ฟีเจอร์ Stories จะเป็นที่รักของนักการตลาด

ฟีเจอร์ Stories ปัจจุบันมีในในโซเชียลมีเดียยอดนิยม เช่น ใน Snapchat, Instagram, Facebook และ YouTube ฟีเจอร์ Stories สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกที่แท้จริงแก่ผู้ชมได้มากขึ้น เนื่องจากวิดีโอมักถูกสร้างขึ้นทันที และมีโอกาสมากมายในฟอร์แมต Stories และการที่เนื้อหาของ Stories จะหายไปค่อนข้างเร็ว นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับนักการตลาดที่จะใช้ประโยชน์จากความกลัวที่จะพลาด (Fear Of Missing Out – FOMO) ของผู้ชมเพื่อเสนอขายสินค้าอย่างรวดเร็ว และเป็นข้อเสนอที่ผู้ใช้ที่ภักดีในตัวสินค้าเท่านั้นที่จะมองหา

สิ่งนี้สามารถนำผู้ใช้รายใหม่ให้มองหาเพื่อใช้ประโยชน์จาก “Insider” เป็นพิเศษ นี่เป็นวิธีข้ามการทำโฆษณาในการขาย ซึ่งช่วยประหยัดเงินให้กับแบรนด์ ฟีเจอร์ Stories ยังช่วยให้ผู้ที่ใช้มันมีวิธีในการเพิ่มการมีส่วนร่วมในทันที ผู้ใช้สามารถเพิ่มการทำโพลสำรวจใน Stories ของตนหรือถามคำถามที่สามารถตอบได้ด้วยการคลิกง่ายๆ

4. เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) จะกลายเป็นกระแสหลัก

เทคโนโลยี AR นั้นค่อยๆ พัฒนาไปพร้อมกับแอพพลิเคชั่นที่เพิ่มขึ้นสำหรับอีคอมเมิร์ซ, การค้นพบผลิต ภัณฑ์, ข้อเสนอพิเศษ และอื่นๆ ยกตัวอย่าง เช่น เดี๋ยวนี้ IKEA ใช้ AR เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เห็นว่าสินค้าของ IKEA จะดูสวยงามเหมาะสมอย่างไรเมื่ออยู่ในบ้านของผู้บริโภคที่ต้องการซื้อ ผ่านแอพ AR

มีศักยภาพมากมายในเทคโนโลยีนี้ เช่น นายหน้าสามารถพาเจ้าของบ้านไปทัวร์เสมือนจริง ในบ้านที่ต้องการขาย ใช้ AR ให้เห็นว่า บ้านจะมีความสวยงามอย่างไรเมื่อทาสีผนังบ้านใหม่, แสดงให้เห็นผนังบ้านสามารถถอดออก หรือย้ายไปที่อื่นได้ เป็นต้น

บริษัทที่ขายเครื่องสำอางแต่งหน้า สามารถใช้โปรแกรม AR ช่วยให้ลูกค้าได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาเสมือนจริง ในที่ใดก็ได้ เช่น ในช่วงพักทานข้าวกลางวัน หรือทุกที่ที่พวกเขาถือโทรศัพท์ของพวกเขาอยู่

มีอีกหลายวิธีที่ AR สามารถนำไปใช้ได้ ในขณะนี้การใช้งานยังมีจำกัด แต่เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคโนโลยี และอุปสรรคด้านต้นทุนสำหรับการใช้เทคโนโลยี AR ลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงมีการคาดหมายว่า AR จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการการตลาดในปี 2020

5. Chatbots

เมื่อแชตบอท (Chatbots) เกิดขึ้นครั้งแรก ลูกค้าจะได้รับคำตอบเฉพาะเมื่อตอบคำถามที่แบรนด์คิดว่าเป็นเรื่องทั่วไป โดยใช้คีย์เวิร์ด (Keywords) เป็นตัวกระตุ้นให้บอททำงาน

แต่เมื่อถึงปี 2019 อัลกอริทึมก็ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพของแชตบอทโดย “การทำความเข้าใจ” สิ่งที่ผู้ใช้กำลังเขียนถึงพวกมัน แบรนด์ไม่จำเป็นต้องเก็บตุนคีย์เวิร์ดที่จะกระตุ้นให้บอทตอบอีกต่อไป ขณะที่แชตบอทสามารถท่องเว็บเพื่อค้นหาคำตอบที่ผู้บริโภคกำลังมองหา

แชตบอทยังสามารถพูดคุยกับคนหลายคนในเวลาเดียวกัน โดยเสนอสิ่งที่ทีมบริการลูกค้าปัจจุบันของเราไม่สามารถทำได้ ดังนั้นแชตบอทจะยังคงเติบโตต่อไปในปี 2020 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเห็นผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นใช้งานแชตบอท และแบรนด์จำนวนมากที่จะติดตามแนวโน้มนี้โดยการใช้แชตบอทเป็นเครื่องมือการตลาด

6. เทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงส่วนงาน Customer Service

นี่เป็นความจริงส่วนที่ 2 สำหรับแชตบอท เรารู้ว่าทุกวันนี้เวลาที่ผู้บริโภคติดต่อกับแบรนด์ พวกเขายินยอมรับกับการคาดหวังว่าคำตอบจะสั้นลง เรารู้อยู่แล้วว่าการมีทีมงานคอยบริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันนั้นเป็นไปไม่ได้ การใช้เทคโนโลยีแชตบอทร่วมกับพนักงานที่เป็นคนจริงคอยให้บริการ ช่วยให้การให้บริการสามารถทำได้ครอบคลุมตลอดเวลา

แน่นอนบอทไม่สามารถตอบคำถามทุกข้อได้และไม่สามารถพูดคุยแบบส่วนตัวกับคนจริงๆ ได้ แต่บอทสามารถประหยัดเวลาได้มากสำหรับพนักงานบริการลูกค้า โดยการให้แชตบอททำในเรื่อง การตอบคำถามทั่วไป, การเแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ และรหัสผ่าน

แม้แชตบอท ยังไม่ได้รับการตอบรับที่ดีในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ก็คาดว่าจะโดดเด่นมากขึ้นในปี 2020 เพราะช่วยในการประหยัดต้นทุน และศักยภาพในการปรับปรุงแชตบอทให้มีความสามารถสูงขึ้น อาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ทั้ง 6 เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญ เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2020 แน่นอนว่าจะมีองค์ประกอบใหม่ๆ จำนวนมากกำลังจะปรากฏขึ้น และเครื่องมือและการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้นเช่นกัน แต่จุดที่คาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือ ศักยภาพในการพัฒนาทางการตลาดที่ดีขึ้น

Cr : Social Media Today

อ่านบทความเรื่องแอพพลิเคชันอื่นๆเพิ่มเติม : คลิกที่นี่

รับทำเว็บ รับทำแอป ทำเว็บทำแอปหาดใหญ่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *