ทุกวันนี้พูดได้เลยว่าสมาร์ทโฟนได้กลายมาเป็นอวัยวะหนึ่งมนุษย์ไปแล้ว จะเห็นได้ว่าไม่ว่าเราจะไปที่ไหนก็มีแต่คนถือโทรศัพท์ทุกที่ทุกเวลา เหตุผลอาจเป็นเพราะปัจจุบันนี้สมาร์ทโฟนสามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้มากกว่าการโทรเข้าและโทรออก

ตัวช่วยอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้นจากการใช้สมาร์ทโฟน นั่นคือแอปพลิเคชัน ปัจจุบันนี้มีแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้การใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ง่ายขึ้นกว่าเดิม วันนี้เราจะมาพูดถึงแอปพลิเคชันสำหรับคนรักสุขภาพ ต้องการดูแลตัวเองในเรื่องการควบคุมอาหารรวมไปถึงการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นแอปที่สายเฮลท์ตี้ควรมีไว้ในสมาร์ทโฟนมากๆ

 

Myfitnesspal

ราคา: ฟรี / Premium 136.75 บาทต่อเดือน

Myfitnesspal เป็นแอปฯ ยอดนิยมที่เทรนเนอร์และนักกีฬาส่วนใหญ่แนะนำ ใช้ในการบันทึกข้อมูลเรื่องอาหารการกิน เป็นแอปฯ ที่ดีไซน์ค่อนข้างเรียบง่าย ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ฟังก์ชั่นการใช้งาน โดยผู้ใช้สามารถตั้งเป้าหมายของตนเองได้ ด้วยการใส่น้ำหนักปัจจุบันของตัวเอง, น้ำหนักที่ต้องการจะไปให้ถึง และอัตราการเคลื่อนไหวต่อวัน รวมทั้งยังสามารถตั้งเป้าหมายระยะใกล้ เช่น ลดน้ำหนักให้ได้ 1 กิโลกรัม ใน 1 อาทิตย์ เป็นต้น แค่นี้แอพก็จะคำนวนแคลอรี่ที่ผู้ใช้ควรรับประทานต่อวันออกมาให้ การจดบันทึกก็ง่ายดายเพียงแค่ search หาอาหารที่กิน ซึ่งมีเมนูอาหารไทยค่อนข้างหลากหลายเลยทีเดียว

 

Lifesum

ราคา: ฟรี / Premium 124 บาทต่อเดือน

เป็นแอปพลิเคชันจดบันทึกอาหารดีไซน์ Minimal เป็นที่นิยมอย่างมากในโซนยุโรป ด้วยฟังค์ชั่นการใช้งานที่ง่าย เน้นการโชว์รูปเป็นหลัก ทำให้ Lifesum กลายเป็นเหมือนนักโภชนาการส่วนตัวของผู้ใช้ โดยเริ่มต้นจากการเลือกเป้าหมายระหว่าง 3 โปรแกรม “อยากสุขภาพดี” “อยากลดน้ำหนัก” หรือ “อยากเพิ่มน้ำหนัก” แล้วโปรแกรมจะสามารถคำนวนแคลอรี่ต่อวันในการไปถึงจุดหมายให้ได้จากการใส่อายุ ส่วนสูง น้ำหนักปัจจุบัน และน้ำหนักที่ต้องการ รวมถึงเชื่อมต่อกับโซเชียลเพื่อแชร์เส้นทางสุขภาพดีกับผู้ใช้คนอื่นๆ ในเวอร์ชั่น premium ผู้ใช้ยังสามารถหาโปรแกรมสุขภาพที่เหมาะกับตนเองได้ด้วยการทำบททดสอบและหาแรงบันดาลใจในการทำอาหารได้จากเมนูสุขภาพที่หลากหลายอีกด้วย

 

7 Minute Workout

ราคา: ฟรี

แอปออกกำลังกายสำหรับคนไม่มีเวลา 7 Minute Workout คือเทรนเนอร์ประจำตัวที่จะมาทำให้คุณฟิตแอนเฟิร์มในเวลาเพียง 7 นาทีเท่านั้น ท่าออกกำลังกายส่วนใหญ่ในโปรแกรมนี้ได้มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์มาแล้วว่าสามารถให้ผลลัพธ์เท่ากับการออกกำลังกายหลายๆ ชั่วโมงในยิมทั่วไป โดยท่าทั้ง 12 ท่านี้ไม่มีอุปกรณ์อะไรที่ยุ่งยากมีเพียงเก้าอี้และกำแพงก็สามารถทำได้ ท่าส่วนใหญ่นั้นใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงต้านเช่น plank, squat, wall sit และ tricep dips และหากทำติดต่อกันทั้งหมด 3 เซ็ตโดยให้ความยากอยู่ที่ระดับ 8 ใน 10 ผู้ใช้จะสามารถเบิร์นแคลอรี่ได้มากกว่า 300 แคลเลยทีเดียว

 

Strava

ราคา: ฟรี / Premium 264 บาทต่อเดือน

สำหรับสายวิ่งและสายปั่นตัวจริงที่ต้องการบันทึกระยะทางและเวลาเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเอง ด้วยดีไซน์สุดคูลที่ใช้งานได้ง่าย Strava จะทำหน้าที่บันทึกเส้นทางการวิ่งหรือปั่นและเวลาด้วยระบบ GPS ผู้ใช้ยังสามารถย้อนดูประวัติการออกกำลังกายของตัวเอง ซึ่งระบบจะทำเป็นกราฟออกมาเพื่อที่จะสามารถดูได้ว่าเราสามารถที่จะพัฒนาได้ในจุดไหน รวมไปถึงฟังก์ชันโซเชียลที่สามารถแชร์เวลา ถ่ายรูปการผจญภัยของตนเองและชวนเพื่อนไปออกกำลังกาย ผู้ใช้ยังสามารถไลค์และคอมเมนท์เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ รวมไปถึงเข้าไปเป็นสมาชิกของกรุ๊ปออกกำลังกายต่างๆ อีกทั้งยังสามารถสร้าง challege เพื่อผลักดันให้เพื่อนๆ หันมาออกกำลังกายอย่างไม่น่าเบื่อได้อีกด้วย

 

Headspace

ราคา: ฟรี / Premium 152 บาทต่อเดือน

นอกจากสุขภาพกายจะเป็นเรื่องสำคัญแล้ว สุขภาพใจก็สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับคนที่คิดว่าการทำสมาธิเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ยาก ให้ Headspace เป็นเหมือนตัวช่วยในมือถือของคุณ โดยแอปพลิเคชันนี้มีผู้ใช้อย่าง ริชาร์ด แบรนสัน เจ้าของแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Virgin และเลอบรอน เจมส์ นักบาสเก็ตบอลมืออาชีพของทีม Cleveland Cavaliers ด้วยดีไซน์ที่ดูน่าใช้รวมไปถึงการแบ่งการทำสมาธิเป็น section และ level ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนเล่นเกมส์ อีกทั้งวีดีโอที่อธิบายคอนเซ็ปต์ของการทำสมาธิที่เข้าใจง่ายและดูไม่น่าเบื่อ ผู้ใช้ยังสามารถเลือกจุดมุ่งหมายที่ต้องการพัฒนา เช่นความสัมพันธ์ การเข้าสังคม หรือแม้กระทั่งการใช้การทำสมาธิในการพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับตนเองในเวลาที่รู้สึกแย่ feature น่าเล่นหลายๆ ตัวทำให้การทำสมาธิกลายเป็นเรื่องสนุกและไม่เชยล้าหลังอีกต่อไป

 

เพิ่มเติม: hatyaiapp.co.th/


Originally published at www.gqthailand.com.

By |2018-10-31T17:37:11+00:00ตุลาคม 31st, 2018|