สำหรับคอดนตรี ห้ามพลาดกับ Mobile Application สำหรับคอเพลง ที่ควรมีไว้ติดมือถือเพื่อที่เอาไว้ผ่อนคลายยามว่าง หรือละทิ้ง Social media สักแปปนึง ใครยังไม่มี Apps พวกนี้บ้าง รีบโหลดเลยนะ

1. Spotify

เป็น Platform ใหม่จาก สวีเดน โดยเพิ่งจะเข้ามาที่ประเทศไทยไม่นานมานี้ เป็นแอปพลิเคชัน ที่สามารถฟังเพลงได้ฟรี และแบบ Premium โดยมีจุดเด่น คือ คุณภาพของเพลง และเพลย์ลิสต์ที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของผู้ฟัง ไม่ว่าจะเป็น เพลงสำหลับการนอน การอ่านหนังสือ อินดี้ยุคเก่า เพลงสำหรับการเข้า gym โดยใครที่ชื่นชอบเพลงสากล หรือ อินดี้เล็กๆ นี้การ ใช้ big data มาช่วยในเรื่องของ การแนะนำเพลงหรือ ศิลปิน Spotify อาจจะเป็นแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ 

2. JOOX

เป็นแอปพลิเคชันจากประเทศจีน เป็นสินค้าในเครือของ Sanook.com ที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมในประเทศไทย อาจจะเป็นเพราะมีช่องทางการโฆษณาที่หลากหลาย เช่น ในทีวี บนรถไฟฟ้า หรือมีการ tie-in อยู่ในซีรีย์ไทยดังๆ อยู่หลายเรื่อง อีกทั้งยังมีกิจกรรมม หรืออีเว้นต์ศิลปิน ทำให้มีคนไทยหลายคนใช้งานอยู่ โดย JOOX มีจุดเด่นคือมีเพลงแทบจะทุกแนว ตั้งแต่เพลงฮิต เพลงดัง เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง และเพลย์ลิสต์ที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังมีวิทยุ หรือไลฟ์จากจากศิลปินอีกด้วย ยังไม่หมดแค่นั้น Joox ยังมี Music Video แบบYoutube อีกด้วย และล่าสุด Joox ได้ออกฟีเจอร์ใหม่มานั่นคือ คาราโอเกะ โดยการให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกเพลงที่ต้องการจะร้องคาราโอเกะ ผู้ใช้สามารถเปิดเป็นสาธารณะหรือแชร์เพลงที่ตัวเองร้องก็ได้ 

3. Apple music

เป็น แอพที่มาพร้อมกับ iphone ios โดยมาก่อน ทั้ง joox และ spotify มีเพลงบนแพลตฟอร์มถึง 40ล้านกว่าเพลงทั่วโลก ในแอปพลิเคชัน apple music นั้นเหมือนเป็นการผสมผสานกันระหว่าง Spotify และ joox โดยมีเพลงทุกแนว ไม่ว่าจะเป็น ไทย เทศ จีน hiphop เกาหลี แต่ว่าอาจจะไม่ลึกถึงขั้นนอกกระแส โดย Apple Music จะลิ้งค์กับเพลงทั้งหมดใน iTunes Store ถือว่าเป็นแหล่งซื้อขายดนตรีรายใหญ๋ที่สุดในโลก อีกทั้งยังปลอดภัย หมดห่วงเรื่องลิขสิทธิ์แน่นอน นอกจากนี้มีหลายๆ เพลงและมิวสิควีดิโอ ที่มักจะปล่อยบน Apple Music ก่อน ทำให้คุณอาจจะได้ฟังเพลงหรือดู MV เพลงก่อนใคร

4. Tidal

เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่อาจจะไม่ค่อยมีใครรู้จักนัก เป็นแอปฯ ที่จะเน้นไปทางเพลงสากล เพลงต่างประเทศ โดย Tidal  ก็มีฟีเจอร์เหมือนๆกับ Spotify,  Joox หรือ Apple music ที่ได้กล่าวมา แต่อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ไม่ค่อยเป็นที่นิยม เพราะว่ามีการเสียค่าบริการที่ค่อนข้างแพง เมื่อเทียบกับแอปฯ อื่นๆ แต่การเสียเงินแพงก็ไม่สูญเปล่า คุณภาพของเสียงที่ดีสมกับราคาที่จ่ายไป มีเพลงกว่า 25ล้านเพลง เพลงะเป็นไฟล์ Loseless ที่ไม่ผ่านการบีบอัดใดๆ ทำให้คุณเหมือนได้ฟังผ่าน CD ยังไงยังงั้น ทำให้ศิลปินหลายท่าน เลือกที่จะปล่อยเพลงใน Tidal ก่อนเพราะเหตุผลนี้นีเอง

5.Shazam

Shazam น่าจะเป็นแอปพลิเคชันสำหรับคนไปแฮงเอาท์นอกบ้าน หรือจะเป็นแอปพลิเคชันแก้เบื่อขณะอยู่บนรถไฟฟ้า หรือรถติดอยู่บนท้องถนน เพราะว่ามันเป็นแอปฯ ที่เอาไว้บอกชื่อเพลง ที่กำลังเล่นอยู่ เพราะฉะนั้น เวลาไปเที่ยวที่ไหน แล้วเกิดได้ยินเพลงที่ถูกใจ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพลงอะไร ก็สามารถเปิดแอปฯ shazam มาใช้เพื่อดูว่าเป็นเพลงอะไร ใครเป็นคนร้อง แต่จะใช้ได้เฉพาะกับเพลงที่อัดจริงๆ ใช้ไม่ได้กับคอนเสิร์ต ร้องเองหรือ acoustics

 

6.Soundcloud

เป็นทางเลือกของคนที่ชอบฟังเพลงอินดี้ ชอบฟังเพลงแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร เหมือนกับได้ฟังเพลงจากในวิทยุ เพราะจะมีศิลปินอินดี้จากหลายประเทศมาปล่อยเพลงเจ๋งๆ ให้ฟังกันแบบฟรีๆ หรือบางทีเราอาจจะได้ฟัง Hidden Track จากศิลปินดังๆ อีกด้ววย ผู้ใช้สามารถเป็นได้ทั้งผู้เสพและผู้ขายในแอปฯ นี้ เพราะนอกเหนือจากการได้ฟังเพลงใหม่ๆ จากศิลปินโนเนมเจ๋งๆ แล้ว นอกจากนี้ เรายังสามารถอัพโหลดเพลงของเราให้คนอื่นฟังได้ด้วย โดยสามารถสร้าง account ของตัวเองแล้ว อัพโหลดเพลงที่ตัวเองอัดเข้าไปให้คนอื่นฟัง Soundcloud จึงเป็นแอปพลิเคชันที่ศิลปินส่วนใหญ่ใช้ในการนำเพลงของตัวเองมาเปิดให้คนอื่นฟังในโลกออนไลน์  โดยจะมีเพลงนอกกระแส ใต้ดิน ศิลปินมากมายได้กำเนิดจาก Soundcloud อาทิเช่น Chainsmoker

 

7. Band in town

เป็นแอปพลิเคชันสำหรับคนที่ชอบไปคอนเสิร์ต ควรมีติดมือถือไว้มากๆ โดยในตัวแอปฯ มีฟีเจอร์ที่ทำให้เราสามารถตั้งค่าไว้ว่าเราอยู่ที่ไหน ในแอปฯ จะฟีเจอร์บอกว่า มีวงดนตรีไหนมาบ้าง โดยสามารถ log in ผ่าน facebook อีกทั้งยังมีการlog in ของศิลปินด้วย เพื่อเป็นการอัพเดตตารางของตัวเอง ลงไปในแอพ เนื่องจากถ้าเป็นเมืองใหญ่ที่มีวงดนตรีมาเยอะๆ คงน่าเบื่อที่ต้องไล่ดูตารางของทุกวง ทางแอพ จะมีโหมด recommend ที่สามารถ คัดกรองศิลปินที่เราน่าจะชอบได้ คงมีคำถามเกิดขึ้นว่า แล้วจะรู้ได้ไงว่าเราชอบอะไร คำตอบคือ ตอนที่เรา log in ผ่าน facebook ทางแอพ จะอ่านค่าจากเพจที่เราlike แล้วมาคัดกรอง จนเหลือที่เราน่าจะสนใจ

 

8. Songkick

เป็นอีปแอปพลิเคชันหนึ่งที่จะคอยบอกว่า เมืองที่เราอยู่หรือบริเวณใกล้มีวงอะไรมาบ้าง โดยสามารถ เชื่อมต่อกับ app Spotify แล้วบอกว่า มีวงอะไรใน spotify ที่เราติดตาม มาแถวบริเวณที่เราอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ถ้าเป็นที่เมืองนอก มันสามารถเชื่อมต่อไปยังเว็บที่ขายบัตร แล้วไปซื้อได้เลย ถือว่าสะดวกสบายกันเลยทีเดียว

 

9. Setlist.fm(website)

เป็นเว็บสำหรับการการดูตารางเพลงศิลปินที่มาแสดงคอนเสิร์ต ว่ามีจะเล่นเพลงอะไรบ้าง โดยมีมีการบันทึกแบบละเอียดทุกการแสดง ตามลำดับ ทั้งนี้เปิดให้คนทั่วไปมาช่วยกันกรอกข้อมูลด้วย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเตรียมตัวก่อนไปคอนเสิร์ต เพื่อที่เราจะได้รู้ล่วงหน้าว่าศิลปินที่เรากำลังจะไปดู จะเล่นเพลงอะไรบ้าง

By |2018-11-07T17:11:47+00:00พฤศจิกายน 7th, 2018|